วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรลดความอ้วน

สมุนไพรลดน้ำหนัก สมุนไพรลดหน้าท้อง ด้วยถั่วขาวแคปซูลต้องดื่มกาแฟสลิมกี่สิบซอง?  ถึงจะเท่ากับ ถั่วขาวแคปซูล 500 มลก สมุนไพรลดความอ้วน วิตามิน C สูงกว่าส้ม20เท่า Detox ผิว จตุผลาธิกะ  
จตุผลาธิกะ ลดหน้าท้องโดยเฉพาะ  เพราะมีวิตามินซีสูงมาก ยังทำให้หน้าไม่ย่น ผิวตึง หน้าไม่ย่น ตึงเปรียะ 
จตุผลาธิกะเป็นมหาพิกัดแพทย์แผนไทยเป็นดำนานเล่าขานถึงตำรับโบราณจากวัดโพธิ์   เป็นเพียงแค่วิตามิน ที่สูงกว่าส้ม 20 เท่าก็ทำให้ ผิวสวยยั่งยืน  รีดไขมันที่หน้าท้อง บำรุงเลือด เลือดซึ่งเป็นทางสายเอกที่นำเอาอาหารและออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ จตุผลาธิกะ  ดังเป็นตำนานเล่าขานในตำราแพทยศาสตร์ พระไตรปิฏกในพระพุทธศาสนามาปรุง
                                                     
  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือจารึกในแผ่นศิลาที่วัดโพธิ์ วิตามินซีสูงกว่าส้ม 20 เท่า จตุผลาธิกะ สมุนไพรลดน้ำหนัก สมุนไพรลดหน้าท้อง สมุนไพรลดความอ้วน ที่รวมพลังคุณค่าผลไม้โบราณ 4ชนิดได้แก่ สมอไทย สมอพิเภก สมอเทศ และมะขามป้อม นำมาเป็นปรุงไม่ดัดแปลงเป็น "จตุผลาธิกะ"
                                                                                   
การศึกษาวิจัยในห้องทดลองพบว่า จตุผลาธิกะสมุนไพรไทยทั้ง ชนิด มีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระได้สูงมาก ดังนั้น เป็น จตุผลาธิกะ สมุนไพรลดน้ำหนัก สมุนไพรลดหน้าท้อง สมุนไพรลดความอ้วน ที่
1. ช่วยให้ผิวขาวปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผิวพรรณดี เปล่งปรั่ง สามารถนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                                             
2. ทำให้หน้าท้องแบบราบ ถ่ายไขมันออกโดยเฉพาะหน้าท้อง
3. บำรุงเลือด การทำงานของเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง คนส่วนใหญ่มักจะไม่ตระหนักถึงความสำคัญของระบบเลือด ทั้งที่ระบบเลือด ทางสายเอกที่จะนำเอาอาหาร ออกซิเจน ฯลฯ เข้าสู่เซลล์และนำสารพิษของเสียออกมาทิ้ง และโรคหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดอย่างคาดไม่ถึง ฉะนั้นสมุนไพรทองเนื้องามตัวนี้มีสรรพคุณ ช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง ดิน น้ำ ลม ไฟ นั่นเองและเป็นสมุนไพรลดความอ้วน
สูตรอื่นๆ นั้นสุดท้ายจะพบว่า ที่ทำมาทั้งหมดเสียเปล่า  
กลุ่มยาลดความหิว  ที่ต้องเรียกอย่างนี้เพราะมีหลายตัว หลายตัวดัดมาจากยาบ้า  มีผลต่อประสาทเพราะไปกดประสาทไว้ทำให้เราไม่หิว ทำให้นอนไม่หลับ ใจสั่น ใจเต้นเร็ว ดูแต่ละอย่างเห็นได้เลยว่า มีผลต่อร่างกายทั้งนั้น  ยาหลายตัวถูกห้ามจำหน่ายแล้วเพราะทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว
กลุ่มยาเร่งการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายเผาผลาญมากขึ้น ผลคือทำให้หัวใจทำงานหนัก เต้นผิดจังหวะ ท้ายสุดหัวใจโต
กลุ่มยาขับปัสสาวะ น้ำหนักลดจริง แต่จากการเสียน้ำ ทานน้ำเข้าไปก็หนักเท่าเดิม
                                                          
                                          วิตามินซี สูงกว่าส้ม 20 เท่า บำรุงผิว ล้างพิษ บำรุงเลือด
ความน่ากลัวยิ่งกว่า น่ากลัวคือยาเหล่านี้ตกค้าง แม้ว่าจะหยุดทานไปแล้ว ผลต่อตับ ไต หัวใจ ก็ยังมีผลอยู่ หากวันหนึ่งสิ่งตกค้างแสดงผลออกมาทำให้เป็นหัวใจ ตับ ไต ยิ่งอายุน้อย หรืออายุมากยิ่งอันตรายและที่ตลกที่สุดคือ ไม่ว่าวิธีไหนก็จะเกิดโยโย่ 100% แม้ว่าเราไม่กลัวตาย ทานยาลดความอ้วน สุดท้ายจะอ้วนอยู่ดี เพราะเวลาทานยาลดน้ำหนัก ร่างกายจะรับอาหารน้อยมาก ทำให้ร่างกายปรับสภาพตามเหมือนกบจำศีล ทำให้อวัยวะทำงานน้อยลง ยิ่งทานยานานเท่าไรก็จะยิ่งเผาผลาญน้อยลง ยิ่งน้อยลงไปเท่าไรเราก็ยิ่งลดน้ำหนักยากขึ้น และน้ำหนักเพิ่มง่าย  เมื่อกลับมาทานอาหารปรกติน้ำหนักก็จะเพิ่มมาเท่าเดิม
                                                        
การทานสมุนไพร พร้อมการควบคุมแคลอรี่คือวิธีที่ปลอดภัยและไม่เสียเปล่า  เพราะพื้นฐานความอ่อนเยาว์ที่แท้จริงคือการบำรุงดูแลร่างกายให้ได้รับสารอาหารตามธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างครบถ้วน ซึ่งจะให้ผลที่ยั่งยืนกว่าการบำรุงแต่เพียงภายนอก เพราะเมื่อเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เซลล์เหล่านั้นจะมีความแข็งแรง ซึ่งจะปรากฏให้เห็นภายนอกเป็นความสดชื่นมีชีวิตชีวาในจตุผลาธิกะ สมุนไพรลดน้ำหนัก สมุนไพรลดหน้าท้อง สมุนไพรลดความอ้วน
สำหรับผู้ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพและการบำรุงความอ่อนเยาว์ให้คงอยู่ไปนานๆ ทราบดีว่า 2 หัวใจ สำคัญที่เป็นคำตอบของความอ่อนเยาว์คือ การมีสุขภาพที่ดี คู่กับผิวสุขภาพดี ดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาพบว่า มีอาหารจากธรรมชาติหลายชนิดที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับการบำรุงรักษาความอ่อนเยาว์ให้กับผิวและความเยาว์วัยจากการล้างสารพิษ
 อาหารธรรมชาติที่โดดเด่นอย่างมากในการบำรุงรักษาความอ่อนเยาว์ก็คือ “มะขามป้อม” ผลไม้ที่ได้ชื่อว่าให้ไวตามินซีสูงที่สุดในโลก มีแร่ธาตุและสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่คุณสมบัติช่วยบำรุงรักษาความอ่อนเยาว์ได้แก่ “วิตามินซี” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึงและช่วยเสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง ที่เป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งเม็ดเลือดแดงจะนำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ผิว 
สั่งซื้อที่นี่  จตุผลาธิกะ
หรือหากต้องการแบบซองฟรอยด์ เพื่อประหยัด และลดพลาสติก คลิกที่นี่ 
 สูตรใกล้เคียงกับมหาพิกัดตำราแพทย์ไทย ตรีผลา   แต่
* จตุผลาธิกะ ใช้เพื่อสำหรับคนที่ต้องการมีผิวสวย รีดหน้าท้องให้แบบราบ บำรุงเลือด เป็นสมุนไพรทางสวยงามจากสภาพภายใน 
ส่วน ตรีผลา ใช้ทานเพื่อวัตถุประสงค์ล้างพิษ และไขมันพอกตับ และสร้างความแข็งแรงให้ตับ และผู้ที่ต้องทานยามาก เป็นประจำ จนเกิดการสะสมของสารเคมีต่างๆ ในร่างกาย
ดังนั้นการทานให้ดูวัตถุประสงค์หลัก
จตุผลาธิกะ ประกอบด้วยผลไม้ 4 อย่าง คือ สมอไทย สมอพิเภก สมอเทศ มะขามป้อม ผลไม้ทั้ง 4 อย่างมีรส เปรี้ยว ฝาด ขม นำ และหวานน้อยตาม เมื่อมาประกอบกันในอัตราส่วนเสมอภาค มีสรรพคุณในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเสมหะ เมือกมัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในอวัยวะหลายส่วน เช่น ปอด หลอดอาหาร หัวใจ หลอดเลือด ลำไส้ เมื่อใดที่เสมหะ เมือกมันมีส่วนเกินเนื่องจากอาหาร หรือมีไข้ การกำจัดส่วนเกินไปเป็นสิ่งจำเป็น มิฉะนั้นร่างกายก็จะป่วยไข้ได้
ความขมในจตุผลาธิกะ จะไปช่วยปรับระดับองค์ความร้อนในร่างกาย ขณะที่ความหวาน จะช่วยเชื่อมสมานเนื้อเยื่อให้สมบูรณ์
ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ยาชุดนี้เป็นยาที่ช่วยขจัด ควบคุม และบำรุง ไปในตัว นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการขับถ่ายของเสียในร่างกายที่ออกมาในรูปของลม อุจจาระ เหงื่อ อีกด้วย
มีผลงานวิจัยสรุปว่า เป็นยาที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้านอย่างไร ก็ได้อธิบายไปในเรื่องการกำจัดเสมหะและเมือกมันส่วนเกินไปแล้ว ผู้ที่มีสิวมาก ทานยาชุดนี้จะช่วยแก้สิวเป็นผลพลอยได้
สรุปได้ว่าเป็นยาที่ช่วยรักษาสมดุลของธาตุทั้งสี่ สำหรับวิธีการรับประทาน ถ้าทานเป็นประจำ ควรทานในรูปแบบของยาต้ม ไม่ต้องเข้มข้นมาก ดื่มเหมือนดื่มน้ำสมุนไพร เติมน้ำตาลกรวด หรือน้ำผึ้งได้ เวลาเช้าก่อนทานอาหาร ทานบ้างหยุดบ้าง อย่าไปเคร่งครัดว่าต้องทานทุกวัน เมือใดที่รู้สึกว่าทานอาหารมัน เลี่ยน ก็ทานมากหน่อย เมื่อใดที่รู้สึกว่าอาหารที่ทานเข้าไปเป็นอาหารที่ดี สารพิษน้อย ก็หยุดทานได้ จะกำหนดตายตัวไม่ได้ว่า เท่าใดจึงพอไม่ได้ เพราะธาตุและสภาพร่างกาย วิธีการใช้ชีวิตประจำวัน อาหาร อารมณ์ อากาศที่ได้รับของแต่ละคนไม่เหมือนกัน










เมื่อทานจตุผลาธิกะ (อาจทานร่วมกับถั่วขาว)
* เดือนแรก  ถ่ายดำ เมือกมันสูง  
* เดือนที่สอง   ร่างกายฟิตอย่างรู้สึกได้ ใส่กางเกงที่เคยคับได้ พุง หน้าท้องยุบ  แต่น้ำหนักยังไม่ลด ผิวดี ตัวเบา
* เดือนที่สาม  พุง หน้าท้องยุบอย่างรู้สึกได้  น้ำหนักลดลง ผิวดี สีสม่ำเสมอ
ทานต่อเนื่องเพื่อน้ำหนักลด  ไม่มีอาการปวดหัว  ใจไม่สั่น  ตับไม่พัง ไตไม่พัง

วิธีทาน ครั้งละ 3 แคปซูลก่อนอาหาร 20 นาที มื้อ.. เช้า เย็น 
การทานต่ำกว่า 2 เดือน (4 ขวด) ไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่
ถั่วขาว  บล๊อคแป้ง
สมุนไพรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ต้องทานกาแฟลดน้ำหนักกี่สิบกล่อง ถึงจะได้ปริมาณถั่วขาวพอยับยั้งแป้ง ข้าว พิซซ่า  มีถั่วขาวแคปซูล ไม่มีสารเคมี ไม่ใจสั่น และมีการทดสอบจนถูกนำไปผสมในกาแฟคุมน้ำหนักทั้งหลาย  เพราะวิจัยมาแล้วว่าได้ผลในการสกัดแป้ง  จึงเป็นสาเหตุที่กลุ่มควบคุมน้ำหนักมาใช้ในการควบคุม
ในหนึ่งซองกาแฟ(เกือบทุกแบรด์) มีถั่วขาวซึ่งเป็นตัวหลักในการลดน้ำหนัก บรรจุเพียง 0.5 มก.หรือ 1% ยังไม่รวมครีมเทียมซึ่งเพิ่มแคลลอรี่อีก แล้วต้องทานกี่ร้อยซองกันถึงจะส่งผล
ก.
  
ข.
ค.
  
สาวๆ หลายคนที่กำลังประสบปัญหาน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบ "เอ็นจอยอีตติ้ง" นั่นคือกินๆๆ แบบไม่ลืมหูลืมตา เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด บทสรุปของพฤติกรรมนี้ก็คือ ไขมันส่วนเกินที่พอกตามต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก จะรักษาให้รูปร่างกลับมาดีเหมือนเดิมบางครั้งก็จะสาย เกินไป สิ่งแรกที่ทำได้นั่นก็คือ ห้ามใจตัวเองไม่ให้เพลินไปกับการกิน และตั้งสติ ไตร่ตรองอาหารทุกๆ มื้อก่อนที่จะใส่มันเข้าปาก แต่สำหรับใครที่ใจไม่แข็งพอ คงต้องพึ่งยาลดความอ้วน หรือโหมออกกำลังกายกันอย่างหนักหน่วง แต่ผลที่ได้ตามมาอาจไม่คุ้มเสีย

ยุคสมัยนี้คงต้องหลีกทางให้กับ "ถั่วขาว" ที่ถือว่าเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยคุณที่เริ่มอายุมาก ความอ้วนถามหา ให้เอ็นจอยอีตติ้งให้ได้สนุกไปกับการกินแบบไม่ต้องกลัวอ ้วนอีกต่อไป

  ปัจจัยแรกคือมาจากอาหารการกินที่เรารับประทานกันเข้าไป  ส่วนใหญ่แล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับอาหารจำพวกแป้ง  อย่างเช่น  ขนมปัง  พาสต้า  ข้าว  เส้นก๋วยเตี๋ยว  มันฝรั่ง  ที่เป็นกลุ่มอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต  

เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปก็จะผ่านกระบวนการย่อยแป้ง  โดยอาศัยเอนไซม์ที่มีชื่อว่า  อัลฟา-อะไมเลส  (alpha  amylase)  เพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลกลูโคส  ซึ่งน้ำตาลที่ได้จากการย่อยแป้งนี้  ส่วนหนึ่งร่างกายจะนำไปใช้เพื่อให้พลังงานที่จำเป็นแก่ร่างกาย   ในขณะที่น้ำตาลส่วนที่เหลือนั้นก็ต้องอาศัยการออกกำลังกายในการเผาผลาญ   ซึ่งหากใครที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะสังเกตเห็นไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่างๆ   ของร่างกาย   นั่นเกิดจากคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินที่ร่างกายเผาผลาญไม่หมด  ก็จะถูกแปรสภาพเป็นน้ำตาลส่วนเกิน  ที่เปลี่ยนเป็นรูปของไขมันแล้วเก็บสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันนั่นเอง"
                                
 "ซึ่งใน  "ถั่วขาว"  นั้นมีคุณสมบัติพิเศษ  เพราะมีสารสำคัญที่ชื่อว่า  ฟาซิโอลามีน  (Phaseolamin)  ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เอนไซม์อะไมเลสเป็นกลาง  ดังนั้น  แป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่เราบริโภคเข้าไป  จึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้  หากได้รับ  "ถั่วขาว"  เข้าไป  นั่นคือร่างกายจะได้รับพลังงาน  (แคลอรี)  จากแป้งลดลงในระดับที่น่าพอใจ  ซึ่งมีผลทำให้การสะสมของไขมันที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนรูปของน้ำตาลเป็นไขมันลดลงด้วย  เมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยลง  ไม่เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน  ร่างกายจึงต้องเผาผลาญไขมันเก่าที่สะสมออกมาใช้มากขึ้น  จึงทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องใช้วิธีอดอาหาร" 
ห้ามผู้เป็นเบาหวานทาน เพราะถั่วขาวจะไปสกัดแป้ง ทำให้ไม่แปลงเป็นน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ
ที่มา ไทยโพสต์
สั่งซื้อ ถั่วขาว ที่นี่ 
แต่สำหรับผู้ที่อ้วนเพราะทานเยอะให้ทาน ถั่วขาวเพิ่มเมล็ดไซเลียมฮักส์ แล้วคุณจะลดได้  สั่งซื้อ ที่นี่ (ดีกว่ากาแฟ และ ประหยัดเงินกว่าเยอะ) เห็นผลเมื่อเดือนที่สอง
การทาน ..... ครั้งละ 3 แคปซูล สามมื้อ ก่อนอาหาร 20 นาที ต่ำกว่านี้ไม่ได้ผล   
ทานแล้วไม่ได้ผล  ..... ทานต่ำกว่า 3 เดือน (6 ขวด)
ทานไม่ต่อเนื่อง น้ำหนักสวิง ได้ประสิทธิภาพต่ำ
ท่านอ้วนเพราะเหตุผลอื่น ไม่ใช่เพราะทานแป้ง ขนมปัง  การทานถั่วขาวให้ได้ผลคือท่านทานแป้งเยอะเกิน ถั่วขาวเก่งทานป้องกันไม่ให้แป้งแปลงเป็นน้ำตาล น้ำตาลแปลงเป็นไขมัน ...  แต่หากท่านอ้วนเพราะชอบของทอด .....ไม่เหมาะกับถั่วขาว
มีหลายๆ ท่านขอลอง 1 ขวด แล้วไม่ค่อยเห็นผล ก็เลิกไป รู้ไว้ได้เลยครับว่าท่านพลาดไปแล้ว เพราะว่าท่านจะกลับไปวังวนเดิมๆ ไปทานยาแย่ ปริมาณยามากขึ้น สมุนไพรสกปรกๆ ราคาไม่แพง หรือแพง ท้ายสุดก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  เชื่อว่ายาขวดละ 1,000 จะทำให้เกิดปาฏิหารย์ให้ผอมใน 1 เดือน ...ลดเพ้อฝันไม่ถูกหลอกลวง


ลดเพ้อฝัน ไม่ถูกหลอกลวง การล้างพิษ 3 วันกับสารพิษที่สะสมมานับปี มีตะกรัน ตะกอน เกาะตามข้องอต่างๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้   การใช้เคมีล้างพิษสิ่งที่เหลือคือเคมีสารสังเคราะห์ของสารล้างพิษนั่นเอง  การล้างพิษที่ดีคือทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลายทั้งล้างพิษและเสริม บำรุงร่างกาย และขอให้ดูว่าไม่ใช่สมุนไพรที่เป็นยาระบายเป็นหลัก เพราะก็แค่ขับอุจาระ Thai Herb ใช้สมุนไพรด้านล้างพิษ ไม่ใช่ขับอุจาระ ระบาย เช่น ส้มแขก ใบมะขาม  การล้างพิษกลายเป็นการขับอุจาระ ผิดอย่างยิ่ง แนะนำให้ทานตรีผลา ติดต่อกัน 3 เดือน เพื่อล้างพิษ แล้วทานต่อเนื่องเพื่อรักษาให้ตัวเองปลอดพิษที่ทำให้ ไม่ยืดอายุ ดูแย่กว่าวัย คลิกอ่านบทความ  ตรีผลา คลิกซื้อที่นี่ click
Block แล้ว Burn
สมุนไพรล้วน ช่วยการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน โดยไม่มีสารเคมี ไม่มีสารสะสม ไม่ทิ้งคราบเคมีในร่างกายทำให้ร่างกายเลื่อม
อาทิ บุกล้วนลดการทานอย่างธรรมชาติที่สุด บุกล้วนผสมส้มแขกลดการทานและกระชับ  ส้มแขก  คำฝอยช่วยในการเผาผลาญ

น่าสนใจอีกหนึ่งสมุนไพร
ทานสมุนไพรให้ได้ประโยชน์ที่สุด
ทานมะรุมแคปซูล กระชายดำแคปซูล ย่านางแคปซูล ใบหม่อนแคปซูล หรือสมุนไพรใดก็ตามคู่กับตรีผลา จะได้ประโยชน์สูงสุด เพราะทำให้สมุนไพรดูดซึมได้ดีขึ้นมาก  เพราะตรีผลาจะ ล้างไขมัน ตระกรัน ที่เกาะตามลำไส้ไปพร้อมกับการล้างพิษและไขมันพอกตับ
ดูจากรอบๆเตาแก๊ส จะมีคราบเหนียวของน้ำมันเกาะอยู่ เราต้องล้างออกบ้าง ถ้าเรากินอาหารที่มีน้ำมันผัด ทอดเป็นประจำ น้ำมันเข้าไปเจออุณหภูมิ 37 C ในตัวเราตลอดเวลาน้ำมันก็จะเหนียวเกาะตามส่วนต่างๆ ในตับ ในผนังลำไส้ นอกจากนั้นสารพิษต่างๆจากยาความดัน ยาเบาหวาน ยาแก้แพ้ แก้ไข้ ยาปฏิชีวนะต่างๆ ผงฟูจากเค๊ก ผงชูรส  ยาปฏิชีวนะ สารเร่งโต ยาฮอร์โมนตกค้างในเนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็งที่ผ่านฟอร์มาลีน สารโซเดียมที่อยู่ในอาหาร ขนมและบะหมี่สำเร็จรูป  เช่นผงชูรส ผงฟู
นานๆ เข้าตับก็เป็นพิษ ระบบดูดซึมก็ดูดซึมอาหารดีๆ วิตามินดีๆ ยารักษาโรคไม่ได้เพราะผ่านชั้นไขมันไม่ได้ "ตรีผลา" เป็นยาไทยตามตำรายาไทย ล้างไขมันพอกตับ กำจัดเมือกมันในลำไส้ได้อีก เป็นยาอายุวัฒนะ Anti Aging สูง ส่วนประกอบเช่นมะขามป้อมที่พระทานเป็นน้ำปะนะ ตอนเย็น เพราะธาตุอาหารสูง และอีกทั้งสมอไทย สมอพิเภก ส่วนสำคัญและหายากของยาไทย
 ล้าง สิ่งสกปรกที่หมักหมมตกค้างในลำไส้ ตระกรันในข้องอในลำไส้
กวาด เศษปฏิกูลของเน่าเสียและเมือกมันออกจากลำไส้ 
ดูด สารพิษและกลิ่นคาวที่ถูกล้าง  
ขับ ออกมาระบบขับถ่ายปรกติ แบบปรกติ ไม่ใช่แบบท้องเสีย  
สรรพคุณ    
 เมื่อทานเดือนแรก จะถ่ายง่ายกว่าปรกติ และมีสีดำคล้ำ พร้อมเมือกมันกับสารพิษที่ถูกขับออกมา
เดือนที่สองพิษเริ่มเจือจางก็สามารถทานต่อไป เพราะประสิทธิภาพในการขับสารพิษ(ดีทอกซ์)และไขมันออกจากร่างกายและยังบำรุงในการทำงานของลำไส้ดีขึ้น  ทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์จะกลับมาอีกครั้งคุณจึงสังเกตความสดชื่นกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว สมองปลอดโปร่งเพราะสารพิษลดลง 
เดือนที่สามร่างกายกลับสู่ภาวะไร้สารพิษ ทานต่อเนื่องสารพิษหมด ความเสื่อมโทรมร่างกายลดไป สำหรับผู้เป็นไขมันพอกตับทานต่อเนื่อง จะช่วยชรอชรา ความเสื่อมร่างกาย 

การออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้าน

  • Tab 1
  • Tab 2
  • Tab 3
  • Tab 4
“บ้าน” ควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัย และความเป็นมนุษย์คือการได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ในการออกแบบบ้านสิ่งที่สำคัญในการนำมาพิจารณา ก็มีอยู่หลายประการ ดังนี้
  1. การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน การจัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนสามารถลดปัญหาขัดแย้งภายในบ้านได้เช่น การฟังเพลง การดูโทรทัศน์ การทำการบ้าน การนอน การทานอาหาร การทำครัว การสังสรรค์ หรือประหยัดพลังงานเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ หรือป้องกันเสียง และกลิ่นรบกวน หรือป้องกันยุง 
  2. แสงธรรมชาติ การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติ ช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่า แสงธรรมชาติควรจะมาจาก ส่วนบนของห้อง จะทำให้การกระจายแสงดี และแสงไม่จ้า ดังนั้น สีของเพดานจึงควรจะเป็นสีออกสว่าง ส่วนสีผนัง หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า จึงควรคล้ำลงบ้าง 
  3. การระบายอากาศ ห้องที่ควรจะใช้หลักการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องพักผ่อน เป็นต้น 
  4. การปรับอากาศ ห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด ใช้เครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่ ห้องนอนจึงต้องออกแบบให้มีสภาพของห้องเย็น คือมีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จึงจะใช้เครื่องปรับอากาศเล็กนิดเดียว แล้วจะได้ไม่เปลืองไฟ ตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่นำความร้อนกลับเข้ามา ส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น จะต้องไม่เป่าโดนตัวให้การกระจายลมดี และทำความสะอาดได้ง่าย 
  5. การป้องกันเสียง เสียงรบกวนมักจะมาจาก เสียงรบกวนจากข้างบ้าน จากถนน กิจกรรมในบ้าน เครื่องระบายความร้อน ห้องน้ำ ดังนั้น จึงควรป้องกันเสียงจากที่ต่างๆนี้ เช่น การใช้หน้าต่าง ที่ไม่เปิดรับเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง, การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานให้เป็นสัดส่วน, การกั้นผนังห้องน้ำยันพื้นเพดาน และใช้ประตูทึบ, การกั้นผนังห้อง การตั้งเครื่องระบายความร้อน ไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น
การออกแบบบ้าน
การกำหนดพื้นที่
  • รูปแบบของบ้าน

  • การตกแต่งห้องนอน

  • ที่ตั้ง

  • การออกแบบห้องน้ำ
    ห้องน้ำ
  • การวางแผน

  • การออกแบบห้องน้ำ

  • หลักในการจัด

  • เครื่องใช้ในห้องน้ำ

  • การออกแบบห้องนอน
    ห้องนอน
  • การออกแบบห้องนอน

  • องค์ประกอบห้องนอน

  • การจัด

  • การออกแบบห้องนั่งเล่น
    ห้องรับแขก
  • การออกแบบห้องนั่งเล่น

  • การวางผังห้องนั่งเล่น

  • เครื่องเรือนในห้องรับแขก

  • การออกแบบห้องครัว
    ห้องครัว
  • การวางแปลนครัว

  • การออกแบบห้องครัว

  • การจัดวางแผนผังห้องครัว

  • เครื่องใช้ในครัว

  • การออกแบบห้องรับประทานอาหาร
    ห้องรับประทานอาหาร
  • การออกแบบห้อง

  • องค์ประกอบ

  • การจัดห้อง

  • การออกแบบห้องนอนเด็ก
    ห้องนอนเด็ก
  • การออกแบบห้อง

  • องค์ประกอบ

  • การจัด

  • การออกแบบห้องทำงาน
    ห้องทำงาน
  • การออกแบบห้อง

  • องค์ประกอบ

  • การจัด



  • Read more: http://www.novabizz.com/CDC/Home_Design.htm#ixzz1nrVwKBTO

    วันอัฏฐมีบูชา



    วันอัฏฐมีบูชา
    ประวัติและความสำคัญ

    วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง คือ เป็นวันถวายพ
    ระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า หลังจากเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานได้ ๘ วัน คือหลังจากวันวิสาขบูชาแล้ว ๘ วัน เป็นที่น่าเสียดายว่า วันอัฏฐมีบูชานี้ ในเมืองไทยเรามักลืมเลือนกันไปแล้ว จะมีเพียงบางวัดเท่านั้น ที่จัดให้มีการประกอบกุศลพิธีในวันนี้
    ประวัติความเป็นมา 
    พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ หลังจากพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานใต้ต้นสาละในราตรี ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ พวกเจ้ามัลลกษัตริย์จัดบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และเครื่องดนตรีทุกชนิด ที่มีอยู่ใน เมืองกุสินาราตลอด ๗ วัน แล้วให้เจ้ามัลละระดับหัวหน้า ๘ คน สรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่ อัญเชิญพระสรีระไปทางทิศตะวันออก ของพระนคร เพื่อถวาย พระเพลิง
    พวกเจ้ามัลละถามถึงวิธีปฏิบัติพระสรีระกับพระอานนท์เถระ แล้วทำตามคำของพระเถระนั้นคือ ห่อพระสรีระด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้จนหมดผ้า ๕๐๐ คู่ แล้วเชิญลงในรางเหล็กที่เติมด้วยน้ำมัน แล้วทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด จากนั้นอัญเชิญ พวกเจ้ามัลละระดับหัวหน้า ๔ คน สระสรงเกล้า และนุ่งห่มผ้าใหม่ พยายามจุดไฟที่เชิงตะกอน แต่ก็ไม่อาจให้ไฟติดได้ จึงสอบถามสาเหตุ พระอนุรุทธะ พระเถระ แจ้งว่า "เพราะเทวดามีความประสงค์ให้รอพระมหากัสสปะ และภิกษุหมู่ใหญ่ ๕๐๐ รูป ผู้กำลังเดินทางมาเพื่อถวายบังคมพระบาทเสียก่อน ไฟก็จะลุกไหม้" ก็เทวดา เหล่านั้น เคยเป็นโยมอุปัฏฐากของพระเถระ และพระสาวกผู้ใหญ่มาก่อน จึงไม่ยินดีที่ไม่เห็นพระมหากัสสปะอยู่ในพิธี
    ครั้งนั้นพระมหากัสสปะเถระและหมู่ภิกษุเดินทางจากเมืองปาวา หมายจะเข้าเฝ้าพระศาสดา ระหว่างทาง ได้พบกับพราหมณ์คนหนึ่ง ถือดอกมณฑารพสวนทางมา พระมหากัสสปะได้เห็นดอกมณฑารพก็ทราบว่า มีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น ดอกไม้นี้มีเพียงในทิพย์โลก ไม่มีในเมืองมนุษย์ การที่มีดอกมณฑารพอยู่ แสดงว่าจะต้องมีอะไร เกิดขึ้นกับพระศาสดา พระมหากัสสปะถามพราหมณ์นั้นว่า ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับพระศาสดาบ้างหรือไม่ พราหมณ์นั้นตอบว่า พระสมณโคดมได้ปรินิพพานไป ล่วงเจ็ดวัน แล้ว "พระศาสดาปรินิพพานแล้ว" คำนี้เสียดแทงใจของพระภิกษุปุถุชนยิ่งนัก พระภิกษุศิษย์ของพระมหากัสสปะบางรูป ที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ ก็กลิ้งเกลือกไปบนพื้น บ้างก็คร่ำครวญร่ำไห้ ว่า "พระศาสดาปรินิพพานเสียเร็วนัก" ส่วนพระภิกษุผู้เป็นอรหันต์ สิ้นอาสวะแล้ว ย่อมเกิดธรรมสังเวชว่า "แม้พระศาสดา ผู้เป็นดวงตาของโลก ยังต้องปรินิพพาน สังขารธรรมไม่เที่ยงแท้เสียจริงหนอ"
    แต่ในหมู่ภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปนั้น เสียงของสุภัททะ วุฑฒบรรพชิตก็ดังขึ้น "ท่านทั้งหลายอย่าไปเสียใจเลย พระสมณโคดมนิพพานไปซะได้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีคนมาคอยจ้ำจี้จ้ำไช ว่าสิ่งนี้สมควรกับเรา สิ่งนี้ไม่สมควรกับเรา"
    คำพูดของหลวงตาสุภัททะ เป็นที่สังเวชต่อ พระมหากัสสปะยิ่งนัก ท่านคิดว่า "พระผู้มีพระภาคยังนิพพานไปได้ไม่นาน ก็มีภิกษุบาปชนกล่าวจาบจ้วงพระศาสดา จาบจ้วงพระธรรมวินัยเช่นนี้ ถ้าเวลาผ่านไป ก็คงมีภิกษุบาปชนเช่นนี้ กล่าวจาบจวงพระธรรมวินัยเกิดขึ้นเป็นอันมาก" แต่ท่านก็ยั้งความคิดเช่นนี้ไว้ก่อน เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะกระทำสิ่งใดๆ นอกจากจะต้องจัดการ ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเสียก่อน
    เมื่อพระมหากัสสปะ และภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางมาถึงสถานที่ถวายพระเพลิงมกุฏพันธนเจดีย์แล้ว ห่มจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณ รอบเชิง ตะกอน ๓ รอบ พระมหากัสสปะเปิดผ้าทางพระบาทแล้ว ถวายบังคมพระบาททั้งสองด้วยเศียรเกล้า โดยท่านกำหนดว่าตรงนี้เป็นพระบาทแล้ว เข้าจตุตถฌาน อันเป็นบาทแห่งอภิญญา ออกจากฌานแล้วอธิษฐานว่า "ขอพระยุคลบาท ของพระองค์ที่มีลักษณะเป็นจักรอันประกอบด้วยซี่พันซี่ ขอจงชำแรกคู่ผ้า ๕๐๐ คู่ พร้อมทั้งสำลี ไม้จันทน์ ออกเป็นช่อง ประดิษฐานเหนือเศียรเกล้าของข้าพระองค์ด้วยเถิด" เมื่ออธิษฐานเสร็จ พระยุคลบาทก็แหวกคู่ผ้า ๕๐๐ คู่ออกมา พระเถระจับยุคลบาทไว้มั่น และน้อมนมัสการเหนือเศียรเกล้าของตน มหาชนต่างเห็นความอัศจรรย์นั้น ก็ส่งเสียงแสดงความอัศจรรย์ใจ เมื่อพระเถระและภิกษุ ๕๐๐ รูป ถวายบังคมแล้ว ฝ่าพระยุคลบาทก็เข้าประดิษฐานในที่เดิม ครั้นแล้วเปลวเพลิงก็ลุกโพลงท่วมพระสรีระของพระศาสดา ด้วยอำนาจของเทวดา ในการเผาไหม้นี้ ไม่มีควันหรือเขม่าใดๆฟุ้งขึ้นเลย เมื่อเพลิงใกล้จะดับ ก็มีท่อน้ำไหลหลั่งลงมาจากอากาศ และมีน้ำพุ่งขึ้นจากกองไม้สาละ ดับไฟที่ยังเหลืออยู่นั้น เหล่าเจ้ามัลละก็ปะพรมพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยของ หอม ๔ ชนิด รอบๆบริเวณ ก็โปรยข้าวตอกเป็นต้น แล้วจัดกองกำลังอารักขา จัดทำสัตติบัญชร (ซี่กรงทำด้วยหอก) เพื่อป้องกันภัย แล้วให้ขึงเพดานผ้าไว้เบื้องบน ห้อยพวง ของหอม พวงมาลัย พวงแก้ว ให้ล้อมม่านและเสื่อลำแพนไว้ทั้งสองข้าง ตั้งแต่มกุฏพันธนเจดีย์ จนถึงศาลาด้านล่าง ให้ติดเพดานไว้เบื้องบน ตลอดทางติดธง ๕ สีโดยรอบ ให้ตั้งต้นกล้วย และหม้อน้ำ พร้อมกับตามประทีปมีด้ามไว้ตามถนนทุกสาย พวกเจ้ามัลละนำพระธาตุทั้งหลายวางลงในรางทองแล้ว อัญเชิญไว้บนคอช้าง นำพระธาตุเข้าพระนครประดิษฐานไว้บนบัลลังก์ที่ทำด้วยรัตนะ ๗ อย่าง กั้นเศวตร ฉัตรไว้เบื้องบน แล้วจัดกองกำลังอารักขาอย่างนี้คือ "จัดเหล่าทหารถือหอกล้อมพระธาตุไว้ จากนั้นจัดเหล่าช้างเรียงลำดับกระพองต่อกันล้อมไว้ พ้นจากเหล่าช้างก็เป็น เหล่า ม้าเรียงลำดับคอต่อกัน จากนั้นเป็นเหล่ารถ เหล่าราบรอบนอกสุดเป็นทหารธนูล้อมอยู่" พวกเจ้ามัลละจะจัดฉลองพระบรมธาตุตคลอด ๗ วัน ต้องการความมั่นใจว่า ๗ วัน นี้แม้จะมีการละเล่นก็เป็นการละเล่นที่ไม่ประมาท
    หลังจากนั้น เมื่อข่าวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า และการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ พระสรีระกลายเป็นพระบรมสารีริกธาตุแล้ว เหล่ากษัตริยน์ในนครต่างๆ เมื่อทราบข่าวก็ปรารถนาจะได้พระบรมธาตุไปบูชา จึงส่งสาสน์ ส่งฑูตมาขอพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยเหตุผลว่า "พระผู้มีพระภาคของเรา" "พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็น กษัตริย์ แม้เราก็เป็นกษัตริย์ เราจึงมีส่วนที่จะได้พระบรมธาตุบ้าง" เหล่ามัลละกษัตริย์ก็ไม่ยอมยกให้ ด้วยเหตุผลว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานในเมืองของเรา" ดังนั้น กษัตริย์ในพระนครต่างๆ เช่น พระเจ้าอชาตศัตรู จอมกษัตริย์แคว้นมคธ และกษัตริย์เหล่าอื่นๆ จึงยกกองทัพมาด้วยหวังว่า จะแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อยกกองทัพ มาถึงหน้าประตูเมือง ทำท่าจะเกิดศึกสงครามแย่งชิงพระบรมธาตุ ครั้งนั้น พราหมณ์ผู้ใหญ่คนหนึ่ง คือ โทณพราหมณ์ หวั่นเกรงว่าจะเกิดสงครามใหญ่ จึงขึ้นไปยืน บนป้อมประตูเมือง ประกาศว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ทรงสรรเสริญขันติ สรรเสริญสามัคคีธรรม การที่เราจะมาประหัตประหารเพราะแย่งชิง พระบรมธาตุ ของพระองค์ผู้ประเสริฐ ย่อมไม่สมควร ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลาย จงยินดีในการที่จะแบ่งกันไปเป็น ๘ ส่วน และนำไปบูชายังบ้านเมืองของท่านทั้งหลายเถิด เพราะ ผู้ศรัทธาในพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมีมาก"
    ในพระไตรปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตรได้กล่าวถึงเหตุการณ์ขณะที่โทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ว่า หมู่คณะเหล่านั้นตอบว่า ข้าแต่พราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นขอท่าน นั่นแหละจงแบ่ง พระสรีระพระผู้มีพระภาคออกเป็น ๘ ส่วนเท่าๆ กัน ให้เรียบร้อย เถิด โทณ พราหมณ์ รับคำของ หมู่คณะเหล่านั้นแล้ว แบ่งพระสรีระพระผู้มีพระภาค ออกเป็น ๘ ส่วนเท่ากันเรียบร้อย จึงกล่าว กะหมู่คณะเหล่านั้นว่า ดูกรท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย ขอพวกท่าน จงให้ตุมพะนี้แก่ข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้า จักกระทำพระสถูป และกระทำการฉลองตุมพะบ้าง ทูตเหล่านั้นได้ให้ตุมพะแก่โทณพราหมณ์ ฯ
    พวกเจ้าโมริยะเมืองปิปผลิวัน ได้สดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาค เสด็จปรินิพพาน ในเมืองกุสินารา จึงส่งทูตไปหาพวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราว่า พระผู้มีพระภาค เป็นกษัตริย์ แม้ เราก็เป็นกษัตริย์ เราควรจะได้ส่วนพระสรีระ พระผู้มีพระภาคบ้าง จักได้กระทำพระสถูปและการ ฉลองพระสรีระพระผู้มีพระภาค พวกเจ้ามัลละ เมือง กุสินาราตอบว่า ส่วนพระสรีระพระผู้มี พระภาคไม่มี เราได้ แบ่งกันเสียแล้ว พวกท่านจงนำพระอังคารไปแต่ที่นี่เถิด พวกทูตนั้น นำ พระ อังคารไปจากที่นั้นแล้ว ฯ
    ครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินมคธ พระนามว่า อชาตศัตรู เวเทหิบุตร ได้กระทำ พระสถูปและการฉลองพระสรีระพระผู้มีพระภาค ในพระนครราชคฤห์ พวก กษัตริย์ ลิจฉวีเมืองเวสาลี ก็ได้กระทำพระสถูปและการฉลองพระสรีระพระผู้มี พระภาคในเมืองเวสาลี พวกกษัตริย์ ศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ ก็ได้กระทำพระสถูป และการฉลอง พระสรีระพระผู้มีพระภาคในเมืองกบิลพัสดุ์ พวกกษัตริย์ถูลีเมือง อัลกัปปะ ก็ได้กระทำพระสถูปและการฉลองพระสรีระพระผู้มีพระภาคในเมือง อัลกัปปะ พวกกษัตริย์ โกลิยะเมืองรามคาม ก็ได้กระทำพระสถูปและการฉลอง พระสรีระพระผู้มี พระภาคในเมืองรามคาม พราหมณ์ผู้ครองเมืองเวฏฐทีปกะ ก็ได้ กระทำพระสถูป และการฉลอง พระสรีระพระผู้มีพระภาคในเมืองเวฏฐทีปกะ พวก เจ้ามัลละเมืองปาวา ก็ได้กระทำพระสถูปและ การฉลองพระสรีระพระผู้มีพระภาค ในเมืองปาวา พวกเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา ก็ได้กระทำพระสถูป และการ ฉลอง พระสรีระพระผู้มีพระภาคในเมืองกุสินารา โทณพราหมณ์ ก็ได้กระทำสถูปและ การฉลอง ตุมพะ พวกกษัตริย์โมริยะ เมืองปิปผลิวัน ก็ได้กระทำพระสถูปและการ ฉลองพระอังคารในเมือง ปิปผลิวัน ฯ พระสถูปบรรจุพระสรีระมีแปดแห่ง เป็นเก้าแห่งทั้งสถูปบรรจุตุมพะ เป็นสิบแห่ง ทั้งพระสถูปบรรจุพระอังคาร ด้วยประการฉะนี้ การแจกพระธาตุและการก่อ พระสถูปเช่นนี้ เป็นแบบอย่างมาแล้ว ฯ
    พระสรีระของพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ แปดทะนาน เจ็ดทะนาน บูชากันอยู่ในชมพูทวีป ส่วนพระสรีระอีกทะนาน หนึ่งของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นบุรุษที่ ประเสริฐ อันสูงสุด พวก นาคราชบูชากันอยู่ในรามคาม พระเขี้ยวองค์หนึ่งเทวดา ชาวไตรทิพย์บูชาแล้ว ส่วนอีกองค์หนึ่ง บูชากันอยู่ใน คันธารบุรี อีกองค์หนึ่งบูชากันอยู่ใน แคว้นของพระเจ้ากาลิงคะ อีก องค์หนึ่ง พระยานาคบูชากันอยู่ ฯ ด้วยพระเดชแห่งพระสรีระพระพุทธเจ้า นั้นแหละ แผ่นดินนี้ ชื่อว่า ทรงไว้ซึ่งแก้วประดับแล้วด้วยนักพรตผู้ ประเสริฐที่สุด พระสรีระของพระพุทธเจ้า ผู้มีจักษุนี้ ชื่อว่าอันเขาผู้สักการะๆ สักการะดีแล้ว พระพุทธเจ้าพระองค์ใด อันจอมเทพจอมนาคและจอมนระบูชาแล้ว อัน จอมมนุษย์ผู้ประเสริฐสุดบูชาแล้วเหมือนกัน ขอท่านทั้งหลาย จงประนม มือ ถวายบังคมพระสรีระนั้นๆ ของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นพระพุทธเจ้า ทั้งหลายหาได้ยากโดยร้อยแห่งกัป ฯ พระทนต์ ๔๐ องค์ บริบูรณ์ พระเกศา และ พระโลมาทั้งหมด พวกเทวดานำไปองค์ละองค์ๆ โดยนำต่อๆ กันไปในจักรวาล ดังนี้แล ฯ
    ( พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตร ข้อที่ ๑๕๙-๑๖๒) 
    ความสำคัญ
    โดยที่วันอัฏฐมีคือวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นวันที่ตรงกับวันที่ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเป็นวันที่ชาวพุทธต้องวิปโยค และสูญเสียพระบรมสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง และเป็นวันควรแสดงธรรมสังเวชและระลึกถึงพระพุทธคุณให้สำเร็จเป็นพุทธานุสสติภาวนามัยกุศล
    การบำเพ็ญกุศลเนื่องในพิธีวันอัฏฐมีบูชา
    การบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันอัฏฐมีบูชานี้ มีไม่กี่แห่งที่จัด เพราะในเมืองไทยมักไม่เป็นที่นิยม แม้สมัยก่อนอาจจะมีงานฉลองในพิธีวันอัฏฐมีบูชาบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ก็เลิกราไปมากแล้ว คงมีไม่กี่วัด เฉพาะในกรุงเทพ ที่ยังจัดพิธีเฉลิมฉลองในวันนี้อยู่ เช่นวัดราชาธิวาส ส่วนการบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ก็เหมือนกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอื่นๆ มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และมีการเวียนเทียนในตอนค่ำ บางวัดในบางจังหวัด ยังมีการนิยมบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันอัฎฐมีบูชานี้อยู่บ้าง บางแห่งถึงกับจัดเป็นงานใหญ่ มีการจำลองเหตุการณ์วันถวายพระเพลิงพุทธสรีระ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลด้วย เช่น วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จ.อุตรดิตถ์

    คำถวายดอกไม้ธูปเทียนในวันอัฏฐมีบูชา
    ยะมัมหะ โข มะยัง, ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา, โย โน ภะคะวา สัตถา, ยัสสะ จะ มะยัง, ภะคะวะโต ธัมมัง โรเจมะ, อะโหสิ โข โส ภะคะวา, มัชฌิเมสุ ชะนะปะเทสุ, อะริยะเกสุ มะนุสเสสุ อุปปันโน, ขัตติโย ชาติยา, โคตะโม โคตเตนะ, สักยะปุตโต สักยะกุลา ปัพพะชิโต, สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก, สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ, อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ, นิสสังสะยัง โข โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวา สวากขาโต โข ปะนะ, เตนะ ภะคะวา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ. สุปะฏิปันโน โข ปะนัสสะ, ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ, อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเนยโย อัญชลีกะระณีโย. อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ. อะยัง โข ปะนะ ถูโป(ปฏิมา) ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ กโต (อุททิสสิ กตา) ยาวะเทวะ ทัสสะเนนะ, ตัง ภะคะวันตัง อะนุสสะริตวา, ปะสาทะสังเวคะปะฏิลาภายะ, มะยัง โข เอตะระหิ, อิมัง วิสาขะปุณณะมิโตปะรัง อัฏฐะมีกาลัง, ตัสสะ ภะคะวะโต สรีรัชฌาปะนะกาละสัมมะตัง ปัตวา, อิมัง ฐานัง สัมปัตตา, อิเม ทัณฑะทีปะธูปะ-, ปุปผาทิสักกาเร คะเหตวา, อัตตะโน กายัง สักการุปะธานัง กะริตวา, ตัสสะ ภะคะวะโต ยะถาภุจเจ คุเณ อะนุสสะรันตา, อิมัง ถูปัง(ปะฏิมาฆะรัง) ติกขัตตุง ปะทักขิณัง กะริสสามะ, ยะถาคะหิเตหิ สักกาเรหิ ปูชัง กุรุมานา.
    สาธุ โน ภันเต ภะคะวา, สุจิระปะรินิพพุโตปิ, ญาตัพเพหิ คุเณหิ, อะตีตารัมมะณะตายะ ปัญญายะมาโน, อิเม อัมเหหิ คะหิเต, สักกาเร ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.

    พระไตรปิฎก